dota หากได้เข้าไปสัมผัสผู้เล่นจะพบความแตกต่างที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเหล่าฮีโร่ที่เป็นตัวละครสำคัญที่ผู้เล่นทุกคนจะต้องเลือก และผู้เล่นทั้งสองทีม ทีมละ 5 คนไม่สามารถเลือกตัวฮีโร่ที่ซ้ำกันได้

ทำให้ทั้งเกมมีตัวฮีโร่ที่ต่างกัน ถึง 10 ตัว อีกทั้งตำแหน่งต่างๆในเกมที่หลากหลาย ทำให้เปิดทางเลือกในการเล่นเกมให้กับผู้เบ่นเป็นอย่างมาก โดยหากเราจะเริ่มต้นทำความเข้าใจในเกมนี้ คงจะต้องเริ่มต้นจากแผนที่ที่เป็นสมรภูมิของผู้เล่นในเกม dota

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

แผนที่ในเกม dota จะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง คือ Radiant และ Dire

dota

โดยจะมีแม่น้ำแบ่งกลางทั้งสองฝั่งอย่างสมมาตร แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ตัวเกมไม่มีระบบ สลับแผนที่ดังเช่นเกม MOBA บนโทรศัพพ์อื่นๆ (ที่ผู้เล่นทั้งสองฝั่งจะมีจุดเกิดที่มุมล่างซ้าย และระบบจะทำการจับแผนที่และตำแหน่งให้มาชนกันเพื่อความง่ายต่อการเล่น)

และแผนที่เกม dota นั้นไม่ใช่สี่เหลี่ยมจัตุรัสแบบเกมอื่นๆ แต่จะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทำให้จุดบรรจบของ Creep (สมุน) ของเลนบนบรรจบในพื้นที่ของ Dire และเลนล่าง มาบรรจบในพื้นที่ของ Radiant 

การมาบรรจบของสมุนในพื้นที่ของอีกฝ่าย จะสร้างโอกาสและความได้เปรียบให้แก่อีกฝ่าย เพราะจะใกล้ Tower กว่าและมีพื้นที่เล่นที่มากกว่า ทำให้เกิดตำแหน่ง Offlane ซึ่งจะเป็นตำแหน่งที่จะเข้าไปสู้ในพื้นที่ของอีกฝ่าย

และมีโอกาสที่จะถูกซุ่มโจมตีสูง กล่าวคือ ในตำแหน่งนี้ ผู้เล่นจะต้องใช้สกิลของตัวฮีโร่และทักษะส่วนตัวของตัวเองเพื่อเป็นการสร้างควาทกดดัน ให้กับอีกฝั่งและเป็นการสร้างข้อได้เปรียบให้แก่ตนเอง 

ความแตกต่างเล็กๆน้อยๆของแผนที่ในเกม dota นั้น เป็นการสร้างความหลากหลายในการเล่นเกม MOBA เป็นอย่างมาก

เพราะผู้เล่นสามารถดีไซน์การต่อสู้และวางแผนการรับมือกับฮีโร่ของอีกฝ่ายได้มากขึ้น สร้างข้อได้เปรียบให้กับตนเอง และคว้าเอาชัยชนะไปได้ในที่สุด ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นหนึ่งในเสน่ห์ของเกม dota ที่เกมอื่นยากจะเลียนแบบ

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

สนับสนุนโดย บาคาร่า